Winnie The Pooh Glitter

ปก

ปก

วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2558

week ③ ; social Network กับนักเรียนและสังคมไทย ❀

  
         สำหรับในยุคนี้ เราคงจะหลีกเลี่ยงหรือหนีคำว่า Social Network ไปไม่ได้ เพราะไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็จะพบเห็นมันอยู่ตลอดเวลา ซึ่งหลายๆ คนก็อาจจะยังสงสัยว่า “ Social Network ” มันคืออะไรกันแน่ วันนี้เราจะมารู้จักความหมายของมันกันค่า (◡‿◡❀)



Social Network คือเครือข่ายสังคมออนไลน์  หรือการที่ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตคนหนึ่ง เชื่อมโยงกับเพื่อนอีกนับสิบ รวมไปถึงเพื่อนของเพื่อนอีกนับร้อย  ผ่านผู้ให้บริการด้านโซเชียลเน็ตเวิร์ค (Social Network) บนอินเตอร์เน็ต เช่น Facebook, Blogger, Hi5, Twitter หรือ Tagged เป็นต้น (บางเว็บไซต์ที่กล่าวถึงในตัวอย่าง ปัจจุบันนี้ได้เสื่อมความนิยมแล้ว)  การเชื่อมโยงดังกล่าว ทำให้เกิดเครือข่ายขึ้น เช่น เราสามารถรู้จักเพื่อนของเพื่อนเราได้  เป็นทอดๆ ต่อไปเรื่อย  ทำให้เกิดสังคมเสมือนจริงขึ้นมา  สามารถสร้างคอนเน็คชั่นใหม่ๆ ได้ง่าย  และเมื่อเราแชร์ (Share) ข้อความหรืออะไรก็ตามลงไปในเครือข่าย  ทุกคนในเครือข่ายก็สามารถรับรู้ได้พร้อมกัน  และสามารถตอบสนองต่อสิ่งที่เราแชร์ได้  เช่น  แสดงความคิดเห็น (Comment)  กดไลค์ (Like) ซึ่งอาจจะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละผู้ให้บริการ  ความโดดเด่นในเรื่องความง่ายของโซเชียลเน็ตเวิร์ค (Social Network) ทำให้ธุรกิจ และนักการตลาดสนใจที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์สินค้า และบริการ




รีวิวตัวอย่าง social network จากความคิดเห็นเราเองอิอิ

Facebook  เราคิดว่าทุกคนต้องมีอยู่แล้วแน่นอน ทั้งการติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของเพื่อนๆเรา หรือ ติดตามเคลื่อนไหวในปัจจุบัน ดูรูปภาพ คลิปวิดีโอ สิ่งต่างๆที่เพื่อนๆแชร์กันมา และอื่นๆอีกมากมายเลย อ้ะๆ !!!!!!! แต่เราต้องใช้อย่างมีสตินะ เพราะ facebook เคยมีกรณีทะเลาะวิวาทเพราะการแสดงความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันด้วย หรือ ก็อาจจะมีข้อมูลข่าวสารที่ไม่เหมาะสม ตัวอย่างที่ไม่ดีด้วยล่ะ
(พบเห็นมากก เช่น คลิปวิดีโอ 18+ , วิดีโอการทำร้ายร่างกาย (¬_¬メ) )


Twitter เหมาะสำหรับการรายงานสถานะความเคลื่อนไหวในการทำงาน (อย่างรวดเร็วมากกกกก อัพเดตวินาทีต่อวินาทีกันเลยทีเดียว ) ทวิตเตอร์นั้นสามารถพิมพ์ข้อความได้เพียงแค่ 140 ตัวอักษรเท่านั้น !!!!!! อ้ะๆ อาจจะคิดว่ามันก็แน่สิน่าเบื่อหรือป่าว เราว่าก็เป็นเสน่ห์ของทวิตเตอร์นะ ที่เราจะพิมพ์
แค่ใจความสำคัญเท่านั้น ทำให้คนที่อ่านสามารถจับใจความได้นะ ทวิตเตอร์นั่นถ้าได้ลองเล่นจริงๆจะสนุกมากมีแท็กมากมายให้ติดตาม เช่น #ทหารหล่อบอกต่อด้วย , #ร้องไห้หนักมาก , #ยอมแล้วทูลหัวอยากมี____เป็นกัปตันอเมริกา

แตตตตตตตตตตต่ !!!! ไม่ได้มีแค่แท็กฮาๆแบบนั้นแค่นั้นน้า สาระดีๆน่าติดตามก็มีค่า เช่น

#แอดมิดชั่น , #รับตรง , #dek59    >> ที่เป็นสาระสำหรับเด็กมอปลายด้วย ^-^


 Wiki    บอก ได้ เลย ว่า !!!! ใครไม่เคยเข้าก็คงไม่มีแน่นอนน
เพราะว่า วิกิพีเดีย นั้นเด็กๆทุกคนคงเคยหาข้อมูลต่างๆเพื่อส่งอาจารย์แน่นอน ฮ่าๆ
แต่ก็ต้องมีการตรวจเช็คข้อมูลกันหน่อยแล้ววว
เพราะใครก็สามารถเขียนข้อความลงในนี้ได้นั่นเองงงงง 
Youtube  "อยากฟังเพลงเข้า  youtube"  
                    "อยากดูหนังเข้า youtube  "
                    "อยากดูละครย้อนหลังเข้า youtube "
                    "อยากดูกีฬาเข้า youtube "

             youtube นี่สารพัดแห่งความบันเทิงจริงจริ้งงงงงงงงงทุกคนคงเคยใช้อยู่แล้วแหละเนอะ ^o^




 Instagram เน้นการโพสต์รูปภาพ แชร์รูปภาพเป็นหลัก (แต่ตอนนี้มีการแชร์วิดีโอได้ 15 วินาทีแล้ว)
 แต่ใครบอกว่าหน้าเบื่อ...........  เราขอเถียงเลยว่า ไม่ จริง แน่ นอน !!!
เพราะอินสตาแกรมนี่ถือเป็นการค้าขายออนไลน์ที่ใหญ่เลยน้าาาา มีทุกอย่างจริงๆ สากกระเบือยันเรือรบ
สาวๆน่าจะรู้ดีเน้อออ คริคริ (*≧▽≦)☆




Skype เอาไว้ใช้งานเวลามีประชุมทางไกล ออนไลน์แบบเห็นหน้ากันนั่นเอง พูดง่ายๆก็เป็นวิดิโอคอล         แบบไม่เสียตัง ตัวไกล แต่เหมือนใกล้กันนั่นเองอิอิ :) 






 Blog เอาไว้ใช้เขียนบทความ หรือข้อความที่มีเนื้อหามากๆ ซึ่งเฟซบุค หรือทวิตเตอร์มีข้อจำกัด ที่อาจ            จะทำให้ใส่เนื้อหาหรือลูกเล่นได้ไม่เท่าบล็อก แต่เราอยากให้ลองเล่นนะ เหมือนได้แสดงความ          เป็นตัวเอง ถ่ายทอดเรื่องราว ความทรงจำที่เราได้ผ่านมา ก็สนุกเหมือนกันน้า :-D



////// หลังจากนี้เรายังไม่เคยได้ทดลองใช้เลย ขออนุญาตคัดลอกมาจากเว็บ http://www.anantasook.com/social-media-and-effect-to-thai-societ นะคะ  ◕‿◕。 //////





 Foursquare ใช้ในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ เหมาะสำหรับองค์กรที่มีสาขาหลายแห่ง และมีการตรวจเยี่ยมพื้นที่ เช่น เซลส์ที่ต้องไปพบลูกค้าต่างจังหวัด ก็เช็คอินเวลาไปถึงสถานที่นัดหมาย ทำให้ผู้จัดการหรือหัวหน้าทีมขายติดตามการเข้าพบลูกค้าตามแผนออกทริปได้ หรือ การตรวจประเมินโดยออดิเตอร์ที่ต้องไปออดิทพนักงานประจำสาขา หรือตามห้างร้านต่าง ๆ ก็สามารถบันทึกข้อมูลการตรวจเยี่ยมในพื้นที่ต่าง  ๆ ไว้ให้สำนักงานใหญ่ควบคุมดูแลหรือมอนิเตอร์ดูได้  เป็นต้น



 Webboard เอตั้งกระทู้ สอบถามปัญหาในงาน หรือเรื่องต่าง ๆ ที่พนักงานสนใจ เช่น สวัสดิการพนักงาน นโยบาย กฎระเบียบข้อบังคับ ฯลฯ หรือเอาไว้ใช้ประกาศตำแหน่งงานว่างในองค์กร หรือตั้งกระทู้สำหรับระดมสมอง ประชันไอเดีย รับฟังข้อเสนอแนะ เป็นต้นาไว้


Google Docs นำมาใช้ในการจัดการไฟล์เอกสารร่วมกัน จะได้ไม่ยุ่งยากในการเซฟข้อมูลเป็นหลายไฟล์ สามารถแก้ไขเอกสารร่วมกันได้ แล้วเซฟเป็นไฟล์ที่อัพเดทล่าสุดเป็นไฟล์เดียว ทีมงานสามารถอัพโหลด ดาวโหลด ไฟล์งานไว้ในโฟลเดอร์กลางที่ทุกคนต้องใช้งานร่วมกัน นอกจากนี้ ยังสามารถนำมาใช้ทำแบบสอบถามออนไลน์ได้อีกด้วย ลดภาระการถ่ายเอกสารแจกจ่ายไปยังทุกแผนก ซึ่งสิ้นเปลืองกระดาษแถมยังไม่ได้รับการตอบกลับอีกต่างหาก


Drop Box มีประโยชน์คือ เป็นฮาร์ดดิสก์สำรองออนไลน์ ไว้เก็บข้อมูลเผื่อฉุกเฉิน บางทีไปทำงานแต่ดันลืมหน่วยความจำสำรองไว้ที่บ้าน ก็สามารถดาวโหลดไฟล์ที่เก็บไว้ในดร็อปบ็อกซ์มาใช้งานได้อย่างทันท่วงที เป็นที่ฝากไฟล์ซึ่งสามารถแชร์กล่องเก็บข้อมูลให้ผู้อื่นใช้ร่วมกันได้ง่าย


✚เรา
    
         

         ทราบความหมาย และ ตัวอย่างของsocial network กันไปแล้ว  เราว่าทุกคนต้องเคยใช้ social network กันอยู่แล้ว ใช่ม้าาาา!! ถ้าไม่เคยใช้ก็คงจะตามข่าวสารโลกปัจจุบันแน่ๆ  เรามาดูกันดีกว่าว่าในปัจจุบันคนเรานั้นใช้ social network กันยังไงบ้างในชีวิตประจำวัน ตามมาเย้ยยยย  (>u<  ) 



      ในปัจจุบันนี้เชื่อว่าหลายท่านได้ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านทาง Hi-Speed Internet หรือ Wi-Fi ตามบ้าน ที่ทำงาน  หรือใช้ผ่าน 3G 4G บนสมาร์ทโฟน และ แท็บเล็ต พฤติกรรมคนไทยในการใช้งานอินเทอร์เน็ตแทบจะทุกวันก็คือการใช้งานบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ ( Social Network ) จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันไปซะแล้ว
โดยคนไทยที่ชอบออนไลน์ ส่วนใหญ่จะใช้งาน Social Network ตั้งแต่ตื่นนอน เข้าห้องน้ำ ระหว่างเดินทาง เข้าไปทำงาน   ไม่ว่าจะตอนตื่นนอน, เข้าห้องน้ำ, เดินทาง ขณะทำงาน  หรือแม้กระทั่งก่อนนอน ก็ยังเช็ค Social Network อยู่ดี
day-in-a-life-thai-social-network-00


Zocial inc. บริษัทด้านการวิเคราห์ข้อมูลเกี่ยวกับ Social Network  ได้ทำการสำรวจคนไทยกว่า 655 คน เกี่ยวกับการใช้ Social Media ในชีวิตประจำวันตั้งแต่ตื่นนอน จนจบวัน ได้ข้อมูลที่สำคัญและน่าสนใจดังนี้  คนไทยใช้ Facebook มากถึง 99%  ,  ใช้ LINE 84%  ,ใช้ Instagram 56% ,   ใช้ Google+ 41%  และใช้ Twitter 30%
day-in-a-life-thai-social-network-01หากแบ่งเป็น 

อัตราการใช้ Social Network เป็นช่วงกิจกรรมต่างๆ ใน1 วัน พบว่าคนไทยใช้ Facebook เป็นอันดับ 1 ในทุกๆกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นตอนอยู่บนเตียงในช่วงตื่นนอนหรือก่อนนอน เข้าห้องน้ำ เดินทาง ไปทำงาน รอเพื่อน  ก็ใช้ facebook กันทุกกิจกรรม  แต่ที่น่าสนใจคือ Social Network ตัวอื่นๆที่เหลือ ที่ผู้ใช้มักเลือกใช้ในช่วงเวลาที่ต่างกันไป ดังนั้น ถ้าเราจะสื่อสารอะไรถึงผู้ใช้ ต้องเลือกเข้าให้ถูกช่องทาง และถูกเวลาเพื่อที่จะเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
day-in-a-life-thai-social-network-02


    โอ้โหหหหหห จากข้อความที่เราได้นำมาให้ทุกคนอ่านก็น่าจะพอทราบแล้ว ว่าปัจจุบันเราใช้ชีวิตประจำวันกับ social network กันมากแค่ไหน ดูได้จากการที่คนไทยนั้นคนไทยใช้ Facebook เป็นอันดับ 1 ในทุกๆกิจกรรม 
งั้นเราหันมาหากิจกรรมอย่างอื่นกันแทนดีกว่าน้า ทั้งการออกกำลังกาย ฟังเพลง อ่านหนังสือ ต้องสนุกแน่นอน ลองดู ! 

               สุดท้ายยยยย เราขอบคุณทุกคนมากๆนะคะที่เข้ามาดูบล็อกของเรา เราอาจจะเขียนหรือเรียบเรียงคำได้ไม่ค่อยสวยงามมากนัก (ฟิลลิ่งล้วนนนนนๆ ฮ่าๆ ) 

ชอบกดดูข้างใน ถูกใจกดติดตามนะคะ <3


ที่มา ; http://www.it24hrs.com/2014/thai-social-network-day-in-a-life/
         http://www.anantasook.com/social-media-and-effect-to-thai-society/



วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2558

week 2 。◕‿◕。 มากินบุฟเฟ่ต์ชาบูกันเถอะ ! (เรื่องราวที่นักเรียนสนใจ 1 )

        สวัสดีค่าาาา ยินดีต้อนรับทุกคนที่เข้ามาเลยน้า ฮี่ฮี่ ╮(‵▽′)╭
บทความนี้เราจะมาเสนอ ของน่ากินๆกัน ที่ถ้าเห็นก็คงจะน้ำลายไหลแล้วว นั่นคืออ.... คือ ! คือ !!!
"ร้านบุฟเฟ่ต์ชาบูในตำนานนน " นั่นเองงงงงงงง แค่คิดก็อยากกินแล้วใช่ม้า ตามมาเล้ยยยย ~

        เคยไหม หิวมากๆ ยากกินทั้งหลายอย่างทั้งซูชิ สุกี้ ปิ้งย่าง เบคอน หมูสไลด์ เนื้อวัว สลัด เทมปุระ ซาซิมิ และอื่นๆอีกมากมายยย ซึ่งถ้าจะไปกินทุกร้านก็คงจะไม่ไหวแน่ๆ ดังนั้น บุฟเฟ่ต์นี่แหละที่ตอบโจทย์เราที่สุด (oゝ∀

                         
 

                         
 

1.Kin Shabu
สาขา Gateway เอกมัย (ย้ำว่าสาขานี้เท่านั้น)
Buffet 439 net  (รวมเครื่องดื่มและของหวาน)
ความเห็นส่วนตัว
(+) มาร้านนี้ไม่เน้นชาบูแต่ชอบตรงซูชิและของทานเล่น ยำแซลมอนนี่เด็ดจริง(แต่ต้องสั่งพนักงานเอาเพราะเค้าไม่ค่อยทำวางทิ้งไว้)
(-) ร้านนี้คุณภาพไม่ค่อยคงที่คือเนื้อบางถาดมาแบบอร่อยมาก บางถาดนี่เหนียวมากจนต้องคืน หรือบางวันมามีพวกซูชิปลาไหล ท้องปลาแซลมอน บางวันแทบไม่มีอะไรให้กินเลย
สรุป อย่างที่บอกเลยค่ะ ร้านนี้ขึ้นกับดวงและช่วงเวลา


                            
                    
                          
 

2.Tenten Shabu-Suki
ตรงข้ามเมเจอร์รัชโยธิน
Buffet 2 ราคา 399++ , 499++ (รวมเครื่องดื่และของหวาน)
ความเห็นส่วนตัว
(+) เป็นชาบูที่หลากหลาย 10 น้ำซุป 10 น้ำจิ้ม มีผักให้เลือกตักมากมาย เด็ดสุดคือมีเกี๊ยวเห็ดทอดกับหมี่กรอบที่ไม่เหมือนที่ไหน
(-) เนื้อต่างๆยังไม่ค่อยผ่านเท่าไหร่ และสไลด์มาแบบบางมาก
สรุป ถ้าจะมาอีกก็เพราะชอบตรงน้ำซุป (มีเยอะมากยังลองไม่หมด) และไลน์ผักนานาชนิด

                                
                        
                         

                        
 

3.Shabu 101 degree
สาขาซอยคอนแวนต์
Buffet มี 2 ราคา 420+ กับ 620+ (รวมเครื่องดื่มและของหวาน)
ความเห็นส่วนตัว
(+) เป็นชาบูซุปต้มยำน้ำข้นที่เด็ดที่สุดเท่าที่เคยลองมา (ปกติเจอแต่แบบจืดๆ) เมนูที่นี่มีให้เลือกเยอะดี โดยเฉพาะถ้าใครชอบเครื่องใน ของเค้ามีทั้งตับ หัวใจ เซียงจี๊ แถมยังมีเนื้อแกะรวมอยู่ในบุฟเฟ่ต์อีกด้วย
(-) พวกเนื้อสัตว์ยังไม่ค่อยเข้าขั้น ที่เด็ดคือพวกลูกชิ้นเสียมากกว่า แล้วตอนแรกเข้าใจว่าของหวานรวมไอศกรีมฮาเกนดาส ปรากฏว่าต้องทานแบบ 620+ ถึงจะมีสิทธิ์ทานได้ ไม่งั้นจะได้เป็นเนสท์เล่แทน
สรุป ชอบตรงน้ำซุปและบรรดาลูกชิ้นของที่นี่ ส่วนน้ำจิ้มก็หลากหลายดี ให้ผ่านค่ะ
 

                          
                          
 

4.Joom Zap Hut
สาขาเอสพลานาดรัชดา
Buffet 349 net (รวมเครื่องดื่มและของหวาน)
ความเห็นส่วนตัว
(+) มาตรฐานตามแบบจุ่มแซ่บฮัท เมนูเด็ดคือปีกไก่ที่ทอดมาร้อนๆค่ะ (ทานคู่กับข้าวเหนียวยิ่งดี)
(-) ช่วงที่คนเยอะ อาหารจะมาช้าหน่อย
สรุป ถ้าใครชอบทานร้านนี้อยู่แล้ว เปลี่ยนมาทานแบบบุฟเฟ่ต์ก็น่าจะคุ้มเพราะเมนูก็ค่อนข้างหลากหลายอยู่ค่ะ 


                         
 

                         
 

5.ชาบูล้อมโต๊ะ
แยกโลตัสวังหิน
(ไม่มีบุฟเฟ่ต์)
ความเห็นส่วนตัว
(+) ชาบูแกงส้ม+ชะอม ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน แถมยังมีมันกุ้งกับชีสของโปรดอีก คืออ้วนก็ยอมน่ะงานนี้
(-) ร้านอยู่ในซอยลึกไปหน่อย แถมรถติดด้วย
สรุป น่าเสียดายร้านนี้น่าจะทำบุฟเฟ่ต์ ไม่อย่างนั้นต่อให้ต้องฝ่าฟันรถติดและอุปสรรคเรื่องระยะทาง ก็จะยอมดั้นด้นไปให้ได้แน่นอนค่ะ;D


   

 

 
 

6.Buta Shabu
ลาดพร้าว วังหิน
(ไม่มีบุฟเฟ่ต์)
ความเห็นส่วนตัว
(+) ชาบูซุปกระเพรา แปลกแตกต่าง มีไอศกรีมฮาเกนดาสลูกละ 69 บาทถูกที่สุดเท่าที่เคยเจอมา
(-) ตอนแรกตั้งใจมาเพื่อชาบูชีส ปรากฏยังไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ แถมวันที่มาลูกชิ้นก็หมดอีก
สรุป ทีเด็ดของร้านนี้ไม่ได้อยุ่ที่ชาบูแต่อยู่ที่สลัดชื่อ โจรสลัดปะทะซามูไร เจ้าของร้านไปออกรายการ The Dish มา ทางร้านเค้าคิดสูตรเองเป็นหูฉลามยัดไส้ ตกแต่งจานมาอย่างสวยงาม แถมเจ้าของร้านมายืนอธิบายวิธีการทานแต่ละขั้นตอนเองเลยด้วย



        
        แนะนำร้านที่น่ากินๆ ไปเยอะแล้วววว เราก็มีวิธี และ ทริคในการกินบุฟเฟ่ต์ต่างๆมาแนะนำด้วยนะ (ゝω´・)b





1. เลือกอาหารที่เป็นมิตรต่อสุขภาพ

          การเลือกว่าจะกินบุฟเฟ่ต์อะไรดี มักเป็นขั้นแรก ๆ ซึ่งทุกคนก็จะต้องถกเถียงกันเพื่อเลือกร้านให้บรรดากลุ่มคนที่จะกินด้วยกัน ทั้งหมดนั้นโอเคกับตัวเลือก และแน่นอนว่าถ้าคุณไม่อยากอ้วน ก็จะต้องดูว่าร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ที่เราจะเลือกเข้าไปทานนั้นดีต่อสุขภาพหรือ เปล่า ควรเลือกร้านอาหารที่หลากหลายที่สามารถเลือกสั่งอาหารที่เป็นมิตรต่อสุขภาพ และไม่ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งอาหารที่เป็นมิตรในที่นี้หมายถึง อาหารเพื่อสุขภาพที่มีไขมันต่ำ เลี่ยงเมนูที่ปรุงด้วยวิธีการผัดหรือทอด



2. สลัด ตัวเลือกที่น่าคบ

          หากไปร้านอาหารที่มีเมนูสลัดแนะนำให้สั่งมาด้วยทุกครั้ง หรือตักสลัดมากินเป็นเมนูแรก เพราะใยอาหารจะช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็ว และไม่อยากกินอาหารที่มีไขมันมาก ลองหยิบเอาผักผลไม้หลาย ๆ ชนิด มาผสมกันในจานสลัด เพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างสูงสุด           

      ที่สำคัญควรเลือกน้ำสลัดที่เป็นน้ำมันมะกอก หรือน้ำมันคาโนล่า จะช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากสารอาหารที่รับประทานเข้าไปอย่างเต็มที่ เพราะมีวิตามิน A, D, E และ K ซึ่งเป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน ส่วนใครที่กังวลว่านั่นคือน้ำมันก็ไม่ต้องห่วง เพราะน้ำมันเหล่านี้ให้ไขมันดีกับร่างกาย ส่วนใครที่คิดว่ารสชาติมันจืดชืดเกินไปก็สามารถเหยาะน้ำส้มสายชูลงไปนิด ๆ เพื่อเสริมรสชาติได้เช่นกัน

3. ตักให้เป็น…เลือกที่ไร้ไขมัน

          ในบรรดาอาหารบุฟเฟ่ต์มักมีเนื้อสัตว์หลากชนิดให้เลือก แต่ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการลดน้ำหนักก็คือ เนื้อสัตว์ไร้ไขมัน เช่น เนื้อปลา และเนื้อไก่ เพราะเนื้อสัตว์เหล่านี้ไม่มีไขมัน หรืออาจมีไขมันในปริมาณที่น้อยกว่าการเลือกทานเนื้อหมูหรือเนื้อ
 


4. ตักแต่พอดี

          แม้เราจะสามารถตักอาหารได้ตามต้องการในร้านบุฟเฟ่ต์ แต่ต้องไม่ลืมว่าร่างกายเราอาจไม่ต้องการอาหารมากมายถึงเพียงนั้น ที่สำคัญก็คือ ตักอาหารในปริมาณที่เหมาะสม อย่าตักมากเกินไปเพราะกลัวของหมด หรือตักเผื่อเพื่อน เพราะหลายคนมักเพลิดเพลินกับการตักอาหาร จนเผลอนึกไปว่าสุดท้ายพออาหารเหลือ ก็ต้องจำใจกินให้หมดเพราะกลัวโดนปรับ ซึ่งแน่นอนว่าผลลัพธ์ที่ตามมาก็คืออาหารที่แน่นเต็มท้องกับน้ำหนักตัวที่ เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นให้จำไว้ว่า ตักแต่ในปริมาณที่พอดี หากไม่พอก็ค่อยลุกไปตักใหม่ได้

5. ใช้จานเล็กใส่อาหาร

          มีการวิจัยศึกษาหนึ่ง ซึ่งพบว่า การรับประทานอาหารด้วยจานใบเล็กจะช่วยให้เราทานอาหารได้น้อยลงกว่าการใส่จาน ใหญ่ อีกอย่างหนึ่งคือ เมื่อจานเล็กก็ต้องลุกไปตักอาหารบ่อย ๆ ก็จะได้เดินเผาผลาญไปด้วย

6. รับประทานให้หลากหลาย

ใน การเลือกรับประทานอาหารนั้น ไม่ควรเลือกทานแต่ที่ชอบเพียงชนิดเดียว เพราะอาหารที่หลากหลายจะช่วยให้ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารที่ซ้ำ ๆ กันเกินจำเป็น ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคอ้วนและโรคอื่น ๆ ตามมาในภายหลัง


7. อย่ามองข้ามไขมันแอบแฝง

          ไขมันแอบแฝงที่ว่า คือ เนย นม ที่อยู่ในน้ำสลัด และเป็นส่วนผสมในอาหาร เช่น ขนมปังกระเทียม เห็ดผัดเนย เพราะเมื่อเราไม่ทันสังเกตก็จะรับประทานอาหารในปริมาณมาก ทำให้มีไขมันสะสมในร่างกายเพิ่มขึ้น ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ควรสั่งอาหารที่ไม่มีส่วนผสมของเนย นม และมาการีน หรือหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรกินให้น้อยที่สุด

8. เครื่องดื่มก็ต้องเลือก

          การเลือกเครื่องดื่มที่ทานคู่กับบุฟเฟ่ต์ก็สำคัญ ควรเลือกดื่มเครื่องดื่มที่มีแคลอรี่น้อย อย่างเช่น น้ำเปล่า น้ำผลไม้ ชา น้ำอัดลมแคลอรี่ต่ำ แทนการดื่มแอลกอฮอล์ และน้ำอัดลมธรรมดา เพราะมีแคลอรี่สูง

9. ละเว้นการอิ่มจัด

          เมื่อรู้สึกว่าเริ่มอิ่มแล้ว ให้หยุดรับประทานอาหาร แต่ให้ดื่มน้ำตามเข้าไปแทน เพราะกระเพาะของคนเราต้องใช้เวลาถึง 15 นาที ในการส่งสัญญาณออกไปบอกสมองว่า อิ่มแล้ว ดังนั้นหากเราหยุดก่อนที่จะรู้สึกอิ่ม จะทำให้เราอิ่มพอดีไม่แน่นเกินไปในภายหลัง หรืออาจรับประทานผลไม้แทน

          ข้อ สำคัญในการทานบุฟเฟ่ต์ คนส่วนใหญ่มักเสียดาย และกลัวไม่คุ้ม จึงเป็นที่มาของการบริโภคอาหารที่มากเกินจำเป็น ซึ่งส่งผลต่อน้ำหนักตัวที่จะเพิ่มขึ้นมากด้วย เพราะฉะนั้นแล้ว อย่าเร่งทานให้ได้ปริมาณเยอะ อย่าห่วงว่าจะทานไม่คุ้ม แต่ให้ห่วงรูปร่างและสุขภาพร่างกายของคุณที่อาจไม่คุ้มในภายหลัง เพราะทานมากเกินจำเป็นก็ได้



✎・ ✿.。.: ที่มา : http://pantip.com/topic/33318510
                    http://health.kapook.com/view75042.html
                     

วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2558

week 1 : ❥ เทคโนโลยีกับชีวิตประจำวันของนักเรียน


ภาพจาก http://i.telegraph.co.uk/multimedia/archive/01526/bullying_1526113c.jpg
    
      เทคโนโลยีในปัจจุบันมีความสำคัญในชีวิตประจำวันของคนเรามาก  ไอทีคือเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยและอำนายความสะดวกในด้านต่างๆเช่นโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ แล้วนำมาประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัย  ในยุคสมัยนี้คอมพิวเตอร์กำลังถูกนำมาประยุกต์ใช้กับงานด้านต่างๆกัน อย่างกว้างขวางเช่นทุกวันนี้


✿ เทคโนโลยี หมายถึง สิ่งที่มนุษย์พัฒนาขึ้น เพื่อช่วยในการทำงานหรือแก้ปัญหาต่าง ๆ เช่น อุปกรณ์, เครื่องมือ, เครื่องจักร, วัสดุ หรือ แม้กระทั่งที่ไม่ได้เป็นสิ่งของที่จับต้องได้ เช่น กระบวนการต่าง ๆ
เทคโนโลยี เป็นการประยุกต์ นำเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ และก่อให้เกิดประโยชน์ ในทางปฏิบัติ แก่มวลมนุษย์กล่าวคือเทคโนโลยีเป็นการนำเอาความรู้ ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการประดิษฐ์สิ่งของต่าง ๆให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนที่เป็นข้อแตกต่างอย่างหนึ่งของเทคโนโลยี กับวิทยาศาสตร์ คือเทคโนโลยีจะขึ้นอยู่กับปัจจัย ทางเศรษฐกิจเป็นสินค้ามีการซื้อขาย ส่วนความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เป็นสมบัติส่วนรวมของ ชาวโลกมีการเผยแพร่โดยไม่มีการซื้อขายแต่อย่างใดกล่าว


โดยสรุป คือ เทคโนโลยีสมัยใหม่เกิดขึ้นโดยมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นฐานรองรับ
ลักษณะของเทคโนโลยี


                                 https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg06v8GLZmpKHDq13lgzGOFqjmIBFlWB76KivvWK3rRgRJnBJOgaVM9eHtqbPapLuF6p1bVJzfVuuRbkhcEJt8YLiJ8NPY8a6IXm3zQsM1tXLe2mGBaPMsKKBlcApR9x4KRYO8PvdglrELJ/s1600/2.jpg

                         ความสำคัญของเทคโนโลยี

             1.เป็นพื้นฐานปัจจัยจำเป็นในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ 
             
             2.เป็นปัจจัยหลักที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนา 

             3.เป็นเรื่องราวของมนุษย์ และธรรมชาติ




เทคโนโลยีสารสนเทศกับการติดต่อสื่อสาร

   ในปัจจุบัน อินเตอร์เน็ต (Internet) ได้ก้าวรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว จากเมื่อก่อนจะใช้ได้เฉพาะภายในสำนัก และองค์กรของรัฐเท่านั้น แต่ขณะนี้ อินเตอร์เน็ตหาได้ทั่ว ๆ ไป เพียงแค่มี เครื่องคอมพิวเตอร์ พีซี โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์ มือถือ แท๊ปเล็ต  ที่พอจะมีประสิทธิ์ภาพในการรองรับการเชื่อมต่อ ก็สามารถเข้าสู่โลก ไซเบอร์ได้อย่างง่ายดาย 

                         Image
        
              ซึ่งในปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือเอง ก็สามารถ เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้อย่างสะดวก และ ง่ายดาย โดยผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ตไร้สายอย่าง 3G หรือ Wi-Fi (ซึ่งในบางพื้นที่ในประเทศไทยตอนนี้มีเปิดให้ใช้สัญญาณ 3.5 G และ 4G แล้ว) และถึงแม้ว่าจะมีค่าบริการเพิ่มขึ้น แต่ก็หาใช่เรื่องที่ต้องให้คิดหนัก เพราะการจ่ายเงินเพื่อตอบสนองความต้องการของชีวิตนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่อีก ต่อไป โดยเฉพาะวัยรุ่น ถึง
          นอกจาก การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ที่เป็นที่นิยมใช้แล้ว ยังมีการใช้ระบบบริการการสื่อสารทางเทคโนโลยีทางอื่นอีก อาทิ การส่งข้อความที่เรียกว่า Short Message Service (SMS) เป็นการส่งข้อความตามระบบเครือข่ายโทรศัพท์ที่ใช้ สะดวก รวดเร็ว แต่สามารถส่งได้เฉพาะข้อความเท่านั้น หากต้องการส่งข้อความพร้อมกับรูปภาพ หรือ ภาพเคลื่อนไหว ต้องส่งผ่านระบบการส่งข้อความมัลติมีเดีย หรือ Multimedia Messaging Service (MMS) การส่งแบบนี้สามารถให้ความชัดเจนเพราะมีพร้อมทั้งข้อความและภาพประกอบ



                            Image
        

        รวมทั้งผู้ที่รักการ Chat, เขียน Blog หรือเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่าง Facebook , Twitter  ในปัจจุบันนี้สามารถทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้บน โทรศัพท์มือถือได้ เพียงแค่ ทำการ Download โปรแกรมนั้น ๆ ลงบนอุปกรณ์ที่ใช้อยู่ เท่านี้คุณก็จะไม่พลาดการ Chat กับเพื่อนรู้ใจหรือคนรัก, การเขียนบล็อก Blog , การอัพเดตสถานะบน Facebook การติตตามข่าวสารที่รวดเร็วบน Twitter
          ซึ่งหลายๆอย่างที่ได้กล่าวมานี้ ได้แสดงให้เห็นว่าในปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือได้มามีส่วนร่วมในชีวิตประจำวันของเรามาก ต่างจากเมื่อก่อนที่เราใช้เพียงแค่โทรหรือรับสาย หรือส่งข้อความหาเพื่อนๆคนรู้จัก แต่ในปัจจุบันได้มีปัจจัยอื่นๆเข้ามาเพิ่มเติมอีก ไม่ว่าจะเรื่องของโซเชียลเน็ตเวิร์ค การจองตั๋วหนังหรือตั๋วเครื่องบินออนไลน์ผ่านมือถือซึ่งก็สามารถทำได้อย่าง ง่ายดายบนโทรศัพท์มือถือ และอื่นๆอีกมากมาย

เทคโนโลยีสารสนเทศต่อการศึกษา

ระบบการเรียนการสอนแบบ e-learning เป็นส่วนหนึ่งของการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในกระบวนการจัดการเรียนการสอนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ซึ่งอาจเป็นได้ ทั้งสื่อแบบ offline, online หรือ web-based หรือแม้แต่ผ่านเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายๆชนิด เช่นโทรทัศน์, วิทยุ, เทป, ซีดีรอม หรือแม้แต่โทรศัพท์มือถือ ที่ต่อเชื่อมกับอินเตอร์เน็ตได้  รวมถึงการติดต่อผ่านระบบดาวเทียม ที่ไม่ได้มีการพิมพ์ออกมาเป็นหนังสือ ทำให้การปรับปรุงแก้ไขทำได้โดยสะดวกและรวดเร็ว..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/242734
 ระบบการเรียนการสอนแบบ e-learning เป็นส่วนหนึ่งของการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในกระบวนการจัดการเรียนการสอนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ซึ่งอาจเป็นได้ ทั้งสื่อแบบ offline, online หรือ web-based หรือแม้แต่ผ่านเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายๆชนิด เช่นโทรทัศน์, วิทยุ, เทป, ซีดีรอม หรือแม้แต่โทรศัพท์มือถือ ที่ต่อเชื่อมกับอินเตอร์เน็ตได้  รวมถึงการติดต่อผ่านระบบดาวเทียม ที่ไม่ได้มีการพิมพ์ออกมาเป็นหนังสือ ทำให้การปรับปรุงแก้ไขทำได้โดยสะดวกและรวดเร็ว..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/242734

 

   ระบบการเรียนการสอนแบบ e-learning เป็นส่วนหนึ่งของการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในกระบวนการจัดการเรียนการสอนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ซึ่งอาจเป็นได้ ทั้งสื่อแบบ offline, online หรือ web-based หรือแม้แต่ผ่านเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายๆชนิด เช่นโทรทัศน์, วิทยุ, เทป, ซีดีรอม หรือแม้แต่โทรศัพท์มือถือ ที่ต่อเชื่อมกับอินเตอร์เน็ตได้  รวมถึงการติดต่อผ่านระบบดาวเทียม ที่ไม่ได้มีการพิมพ์ออกมาเป็นหนังสือ ทำให้การปรับปรุงแก้ไขทำได้โดยสะดวกและรวดเร็ว..... 

ประโยชน์อย่างหนึ่งของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศควบคู่ไปกับการเรียนรู้ในห้องเรียนแบบเดิม  ก็คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการเรียนรู้ของผู้เรียน  โดยการสนับสนุนให้ผู้เรียน ได้รับการเรียนรู้แบบมีการโต้ตอบ  และเป็นแบบเห็นจริง  อันจะเอื้ออำนวยให้เข้าใจแนวความคิดที่ซับซ้อน และได้รับข้อมูลความรู้อย่างถูกต้องมากกว่าการนั่งฟังบรรยายเพียงอย่างเดียว  เนื่องจากว่าการศึกษาในหลาย สาขาวิชานั้นต้องการการอบรมที่ให้เห็นเสมือนเป็นการทำงานจริง  คือมีการโต้ตอบ และแสดงผลโดยภาพกราฟิกที่มีคุณภาพดี หรือภาพเคลื่อนไหว รวมถึงการมีแบบทดสอบ เพื่อวัดความรู้ของตนเอง..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/242734

 

       ประโยชน์อย่างหนึ่งของการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศควบคู่ไปกับการเรียนรู้ในห้องเรียนแบบเดิม  ก็คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการเรียนรู้ของผู้เรียน  โดยการสนับสนุนให้ผู้เรียน ได้รับการเรียนรู้แบบมีการโต้ตอบ  และเป็นแบบเห็นจริง  อันจะเอื้ออำนวยให้เข้าใจแนวความคิดที่ซับซ้อน และได้รับข้อมูลความรู้อย่างถูกต้องมากกว่าการนั่งฟังบรรยายเพียงอย่างเดียว  เนื่องจากว่าการศึกษาในหลาย สาขาวิชานั้นต้องการการอบรมที่ให้เห็นเสมือนเป็นการทำงานจริง  คือมีการโต้ตอบ และแสดงผลโดยภาพกราฟิกที่มีคุณภาพดี หรือภาพเคลื่อนไหว รวมถึงการมีแบบทดสอบ เพื่อวัดความรู้ของตนเอง

 

เทคโนโลยีต่อการการเงินการธนาคาร 

เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารถูกนำมาใช้ในด้านการเงินและธนาคาร โดยใช้ช่วยงานด้นบัญชี การฝากถอนเงิน โอนเงิน บริการสินเชื่อ แลกเปลี่ยนเงินตรา บริการข่าวสารการธนาคาร การใช้คอมพิวเตอร์ด้านการเงินการธนาคารที่รู้จักและนิยมใช้กันทั่วไป เช่น บริการฝากถอนเงิน การโอนเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ 

 

 ระบบการเรียนการสอนแบบ e-learning เป็นส่วนหนึ่งของการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในกระบวนการจัดการเรียนการสอนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ซึ่งอาจเป็นได้ ทั้งสื่อแบบ offline, online หรือ web-based หรือแม้แต่ผ่านเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายๆชนิด เช่นโทรทัศน์, วิทยุ, เทป, ซีดีรอม หรือแม้แต่โทรศัพท์มือถือ ที่ต่อเชื่อมกับอินเตอร์เน็ตได้  รวมถึงการติดต่อผ่านระบบดาวเทียม ที่ไม่ได้มีการพิมพ์ออกมาเป็นหนังสือ ทำให้การปรับปรุงแก้ไขทำได้โดยสะดวกและรวดเร็ว..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/242734
ระบบการเรียนการสอนแบบ e-learning เป็นส่วนหนึ่งของการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในกระบวนการจัดการเรียนการสอนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ซึ่งอาจเป็นได้ ทั้งสื่อแบบ offline, online หรือ web-based หรือแม้แต่ผ่านเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายๆชนิด เช่นโทรทัศน์, วิทยุ, เทป, ซีดีรอม หรือแม้แต่โทรศัพท์มือถือ ที่ต่อเชื่อมกับอินเตอร์เน็ตได้  รวมถึงการติดต่อผ่านระบบดาวเทียม ที่ไม่ได้มีการพิมพ์ออกมาเป็นหนังสือ ทำให้การปรับปรุงแก้ไขทำได้โดยสะดวกและรวดเร็ว..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/242734
เทคโนโลยีด้านการคมนาคม 

มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในส่วนที่เกี่ยวกับการเดินทาง เช่น การเดินทางโดยรถไฟ มีกรเชื่อมโยงข้อมูลการจองที่นั่งไปยังทุกสถานี ทำให้สะดวกต่อผู้โดยสาร





การเช็คอินของสายการบิน ได้จัดทำเครื่องมือที่สะดวกต่อลูกค้า ในรูปแบบของการเช็คอินด้วยตนเอง 




ที่มา ; https://sites.google.com/site/kruyutsbw/prayochn-laea-tawxyang 

         http://53041478kon.blogspot.com/2013_10_01_archive.html

         http://socialtht.blogspot.com/